ภาษา : ไทย

  เกี่ยวกับเรา


  ติดต่อเรา


  สังคมออนไลน์
  


  นาฬิกา
24 กันยายน 2560


  ออนไลน์
ผู้ใช้งานขณะนี้ :
 
 บุคคลทั่วไป  6 ราย


แวะเที่ยวโครงการชั่งหัวมันตามพระราชดำริ


แวะเที่ยวโครงการชั่งหัวมันตามพระราชดำริ

 

“ชั่งหัวมัน”…โครงการในพระราชดำริ

     ได้กลับบ้านเกิดในวันหยุดยาววันพ่อคุณพ่อก็ชวนขับรถเที่ยวอำเภอเล็กๆ ในจังหวัดเพชรบุรี อย่างอำเภอท่ายางไม่ได้มี ที่เที่ยวน่าสนใจไปกว่า ชะอำ หัวหิน จึงนึกไม่ออกว่าจะขับรถไปเที่ยวที่ไหนได้อีกนอกจากสองที่นั้น คำเชิญชวนต่อมาของพ่อชวนให้รู้สึกสนใจขึ้นไปอีกเพราะพ่อบอกว่า “ไปดูไร่ที่ในหลวงซื้อเอาไว้ไหม” พ่อเล่าต่อว่าไร่นั้นอยู่ห่างไกลความเจริญ ถนนราดยางยังเข้าไม่ถึง ไฟฟ้าไม่มีแต่พระองค์ท่านทรงปลูกบ้านอยู่ที่นั่นเรียบร้อยแล้ว

บ้านมีสองหลังหลังแรกของในหลวง หลังที่สองของพระเทพฯ ราชการทูลเกล้าถวายเลขที่ บ้าน เลขที่ 1 กับเลขที่ 2

ฟัง ทีแรกก็ไม่เข้าใจว่าพระองค์ท่านจะไปซื้อที่ดินในที่ธุรกันดารแถมยังปลูกบ้าน ไว้ที่นั่นทำไมในเมื่อปัจจุบันพระองค์ท่านก็อาศัยอยู่ที่หัวหินเป็นกิจ ลักษณะแล้ว แถมพ่อยังบอกอีกว่าขับรถเข้าไปในที่ดินได้เลยนะ ทหารเขาให้เข้าก็ยิ่งงงเข้าไปใหญ่ว่าเราจะเข้าไปขับรถเล่นในเขตพระราชฐานกัน ได้ยังไงด้วยความอยากรู้อันนี้ก็ต้องพิสูจน์ ไปกันดูจากตัวอำเภอท่ายาง ขับเลี้ยวเข้าไปทางตำบลเขากระปุกถนนเริ่มเล็กลงเรื่อยๆ สองข้างทางเต็มไปด้วยไร่นานั่งมองต้นไม้ไปได้สักครู่ สองข้างถนนก็เริ่มมีธงชาติ ธงเหลือง ธงฟ้าและธงม่วง พร้อมตราสัญลักษณ์ของแต่ละพระองค์ (ราชาศัพท์เรียกอะไร??) ติดเต็มไปตลอดทาง ดูจากเสาธงก็รู้ว่าเป็นธงที่ชาวบ้านช่วยกันทำขึ้นอย่างตั้งใจเพื่อรับเสด็จ ข้างๆ ธงมีร่องรอยตะเกียงน้ำมันอย่างง่าย (หรืออาจเรียกได้ว่าคบไฟ)เพื่อรอรับเสด็จในเวลากลางคืน ทั้งธงและคบไฟบ่งบอกได้ว่าข่าวของพ่อไม่ผิ ดเรากำลังเคลื่อนที่เข้าใกล้ไร่ของในหลวงเข้าไปทุกขณะ

ใน ขณะที่นั่งชมทิวธงและคบไฟไปได้จนเริ่มง่วงถนนราดยางก็เปลี่ยนเป็นถนนลูกรัง ฝุ่นคลุ้งตลบ แต่เราคงมาไม่ผิดทางแน่เพราะทิวธงยังคงอยู่มองไปแต่ไกลเห็นภูเขาขนาด ย่อมอยู่ตรงหน้ากังหันผลิตไฟฟ้าประมาณสิบกว่าต้น สูงเด่น มีรถทะเบียนกรุงเทพฯ วิ่งสวนมาเป็นระยะฝุ่นฟุ้งกระจายเต็มถนนแคบ รั้วลวดหนามทอดตัวยาวไกลต้นไม้หลากหลายชนิดเรียงตัวเป็นระเบียบอยู่ในนั้น เขื่อนดินขนาดใหญ่พร้อมศาลาเก้าเหลี่ยมสูงเด่น เราเดินทางมาถึงไร่ของในหลวงกันแล้ว

เมื่อ แลกบัตรที่ป้อมทหาร และเลี้ยวรถเข้าไปก็เพิ่งถึงบางอ้อ ที่ดินจากพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ที่ว่าไม่ใช่ไร่ที่ซื้อเอาไว้หลบหนีความ วุ่นวายในเมืองหลวงหรือใช้ตากอากาศแต่มันคือที่ดินเพื่อใช้เป็น โครงการในพระราชดำริที่มีชื่อมันๆ ว่า “โครงการชั่งหัวมัน”
ดูจากวันที่ ตั้งโครงการคาดว่าน่าจะเป็นโครงการล่าสุดเลยทีเดียว พอได้เดินเข้าไปในโครงการก็เกิดอาการซาบซึ้งเพราะไม่นึกว่าในหลวงที่เราเห็น ในทีวีที่แทบไม่มีแรงยกมือ กลับยังมีใจ + มีไฟริเริ่มโครงการใหม่ๆ ในถิ่นที่อยู่ห่างไกลความเจริญอยู่ตลอดเวลา ไม่มีหยุด

ดู จากบอร์ดภายในโครงการ อธิบายว่าโครงการนี้เป็นเสมือนแปลงทดลองปลูกพืชเศรษฐกิจในท้องถิ่น อันได้แก่ มะนาว มะพร้าวชมพู่เพชร และพืชไร่ พืชสวน อะไรอีกจิปาถะมากมายที่ไม่รู้จักหรือไม่ มีความรู้พอจะเขียนถึงมีการขุดบ่อ (หรือในโครงการคือเขื่อน)เพื่อเก็บกักน้ำ มีกังหันและโซล่าเซลเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าเหมือนจะเป็นแบบทดลองตัวอย่างแก่ เกษตรกรโดยรอบ เพื่อเพิ่มคุณภาพให้ผลผลิตแบบพึ่งพาตัวเอง และเหนือสิ่งอื่นใด พอมีข่าวในหลวงเสด็จมาตั้งโครงการปั๊บชาวบ้านแถวนั้นก็ดีใจกันยกใหญ่ หลายคนถวายแรงกายแรงใจ เข้ามาช่วยงานในโครงการฟรีชาวบ้านบางคนที่ทำงานอยู่ในนั้นพูดอวดใครต่อใคร ที่มาเยือนว่าได้ก้มลงกราบฝ่าพระบาทถวายตัวรับใช้งานพูดไปน้ำตาไหลไปมีความ ภาคภูมิใจในถิ่นที่เกิดและอาชีพของตัวเอง นี่คือเรื่องราวๆ ดีๆเพียงไม่กี่เรื่องในรอบปีที่ได้รู้แล้วก็อยากเอามาเล่าต่อ

ใน ขณะที่กลุ่มแอนตี้รอยัลลิสต์ที่เขียนโจมตีโครงการในพระราชดำริในเว็บบอร์ ดของตัวเองว่าเป็นโครงการที่ไม่เคยผ่านความเห็นชอบของรัฐสภาไม่มีความเป็น ประชาธิปไตย

วันนี้ อยากพูดกรอกหูคนเหล่านั้นว่าอย่างน้อยโครงการนี้ก็เป็นโครงการที่เกิดจากพระ ราชทรัพย์ส่วนพระองค์มีประโยชน์เพื่อการพัฒนารากเหง้าของชาวบ้านที่แท้จริง ไม่ต้องเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับมาตรฐานฝรั่ง แต่เอารากที่เมืองไทยมี คือการเกษตรมาพัฒนา ไม่ต้องพึ่งพาพลังงานน้ำมัน ไม่ต้องตามตลาดโลก ไม่ต้องป่าวประกาศไม่ต้องออกข่าวหน้าหนังสือพิมพ์ แต่ทำอย่างเงียบๆทำดีอย่างที่ในหลวงบอกคนไทยเสมอว่าเป็นการ “ปิดทองหลังพระ”อย่างแท้จริงและงานแบบนี้ ถ้าในหลวงไม่ทำก็อย่าหวังว่ารัฐบาลชุดไหนจะมาทำให้คนไทย รับรองได้ว่าไม่มีแน่ๆ

แถมท้าย
หลัง จากกลับมาค้นข้อมูลเกี่ยวกับโครงการนี้ในอินเตอร์เน็ต ก็มีเรื่องเล่าเกี่ยวกับชื่อที่มาของโครงการว่า ตอนที่ในหลวงเสด็จมาที่ที่ดินนี้ครั้งแรกๆมีชาวบ้านเอาหัวมันมาถวายแต่ยังไง ไม่รู้ ในหลวงทรงลืมเอาหัวมันกลับไปด้วยพอกลับมาที่ที่ดินนี้อีกที หัวมันนั้นก็เริ่มงอกขึ้นมาเป็นต้น เมื่อถึงเวลาก็พระราชทานชื่อโครงการนี้ว่า “โครงการชั่งหัวมัน”

ถ้า ใครได้ติดตามผลงานของในหลวงมาตลอด ก็จะรู้ว่าในหลวงท่านทรงมีเอกลักษณ์ในการตั้งชื่อแบบนี้ ชื่อไทย+จำง่าย+ มีอารมณ์ขัน หลายคนต่างก็ตีความคำว่า ชั่งหัวมัน ไปต่างๆ นานาแต่การตีความไปได้ต่างๆ ก็เป็นเสน่ห์ที่ดีอีกอย่างหนึ่งของการตั้งชื่อ ดังนั้นแล้วแต่ใครจะไปคิดเป็นอะไรก็แล้วกัน

แต่ ส่วนตัวของกระผมคิดว่าพระองค์ท่านน่าจะมีความสุขทีเดียวที่ได้ทำงานนี้การ ได้เลี้ยวรถจากหัวหินมาแวะที่โครงการชั่งหัวมันถ้ามันสร้างความสุขให้ พระองค์ท่านได้ สร้างความสุขให้กับชาวบ้านแถวนี้ได้ผลผลิตทางการเกษตรก็ถือเป็นของแถมไปแล้ว โครงการชั่งมันตั้งอยู่ที่ บ้านหนองคอกไก่ ต.เขากระปุก อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี